เปิดเวบเมื่อ 16/03/2554
ปรับปรุงเวบเมื่อ 12/12/2561
ผู้ชมทั้งหมด UA-128359571-1
สินค้าทั้งหมด 214











โปรโมชั่นแรงๆเครื่องชั่งทุกชนิด สำหรับลูกค้ากิโลไทย ในเดือน ธันวาคม61-มกราคม62 ลดทันที5-10% ทุกรายการ สอบถามโทร. 02-0401497-8  Add Line: @kilothai สายด่วน: 062-032-3163, 080-623-3732

บทความ
ข้อดี ที่ต้องใช้กิโลดิจิตอล (อ่าน 8915/ตอบ 1)

เหตุผลที่ต้องเลือกใช้ เครื่องชั่งน้ำหนัก แบบดิจิตอล,DIGITAL SCALE

ในฐานะที่เราเป็นผู้จำหน่ายหรือเป็นคนขาย(พ่อค้า แม่ค้า) หากกิจการของเราต้องเกี่ยวข้องกับน้ำหนักละก็ มันจะดีกว่าเดิมแน่ถ้าเราลองหันมาใช้เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล หากจะถามว่าทำไมวันนี้เราต้องให้ความสำคัญกับเครื่องชั่งแบบนี้ด้วย?  ทั้งๆที่กิโลแบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว ที่สำคัญดิจิตอลก็ราคาแพงกว่ากิโลสปริงหลายเท่าตัว...!!!!

อยากให้ลองพิจารณาว่าความจริงสิ่งสำคัญของการค้าก็คือกำไร และเครื่องชั่งกิโลแบบดิจิตอลนี่แหละเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่จะช่วยให้เราได้กำไรอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ขออธิบายอย่างนี้ค่ะ "สมมุติว่าเราเป็นคนขายเนื้อไก่ชำแหละ ขายในราคากิโลกรัมละ 100 บาท ก็ตกอยู่ขีดละ 10 บาท ถ้าลูกค้าสั่งซื้อเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม พอเราก็เอาเนื้อไก่ขึ้นชั่ง ปรากฎว่าอ่านน้ำหนักของเนื้อไก่จากเครื่องชั่งกิโลสปริงได้ 1กิโลกรัมกับอีกครึ่งขีด หรือ50กรัม (1กิโล=10ขีดและ1ขีด=100กรัม) แน่นอนว่าเข็มของเครื่องชั่งสปริงจะชี้ว่าเกินมาครึ่งขีด แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเกินมากี่กรัม ก็คงต้องประมาณเอา และในชีวิตจริงเราผู้ขายคงไม่มีเวลามานั่งคิดได้นานๆ ก็เลยจำเป็นต้องปัดลงมา(ต้องเอาใจลูกค้า เขาจะได้กลับมาซื้อกับเราใหม่)แล้วบอกกับลูกค้าไปว่าหนัก 1กิโลกรัม แล้วรับเงินมา100 บาทถ้วน"

 

ด้วยเหตุนี้แหละ มันทำให้เราขาดทุนประมาณ 5 บาท(จากขีดละ10บาท)และถ้าวันนั้นเราขายเนื้อได้10กิโล เท่ากับว่าเราขาดทุนอย่างน้อยๆเท่ากับ

10x5 = 50บาทต่อวัน ถ้าคิดเป็นเดือนเราขาดทุน 1500 บาท แล้วถ้าคิดเป็นปีล่ะเราจะขาดทุนถึง 18,000 บาท เป็นอย่างน้อย

หากว่าถ้าเราลองคิดทบทวนดีดี ประเด็นที่เราบอกกันว่าเครื่องชั่งดิจิตอลราคาแพง มันกลับมองดูน้อยกว่าเงินที่เราทำหายไปซะอีก
   เพราะถ้าเรายอมจ่ายเงินซื้อเครื่องชั่งดิจิตอลราคา 2,800-15000 บาท ยังดูคุ้มกว่าเยอะมาก เช่นราคา KILO-ECO30 ชั่งคิดเงินได้ราคาที่3,300บาท  
กิโล-A15 เพียง 4,200 บาท (ชั่งได้ละเอียดถึง0.1,0.2กรัม0.5กรัม) ส่วนเครื่องชั่ง LPC สามารถอ่านได้ทีละ1 กรัม, 2 กรัม ,5กรัม และยังช่วยคิดราคาได้อีกด้วย ใชังานง่าย แถมยังกันความชื้นได้อีก  ราคาเพียง 3,900 บาท รับประกันถึง1 ปี จะว่าไปแล้วหากนำเงินที่เสียไปมาซื้อเครื่องชั่งก็ใน1ปีนั้นสามารถซื้อได้หลายตัวทีเดียว


การเลือกซื้อเครื่องชั่งแบบกิโลดิจิตอล
ต้องคำนึงถึงการใช้งานจริงว่าต้องการให้เครื่องชั่งทำอะไรได้บ้าง เช่น
- ต้องการชั่งน้ำหนักอย่างเดียว ชั่งในที่แห้งไม่ได้ชั่งของเปียก ใช้แค่ชั่งและกดหักภาชนะเท่านั้นก็ควรเลือกKILO-A15
- ต้องการชั่งพวกแป้ง,น้ำตาล ผงสารส่วนผสมต่างๆ ที่ใช้ภายในไม่ได้ชั่งขายให้ใคร ก็ควรเลือกKINLEE
- ต้องการชั่งของในตลาด ชั่งเนื้อหมู,ชั่งไก่,ชั่งอาหารทะเล เพื่อขายในแต่ละวัน แน่นอนว่าต้องเป็นเครื่องชั่งที่ผ่านการตรวจรับรองจากกองชั่งตวงวัดเสียก่อน
โดยชั่ง และคิดเงินได้ ก็ควรเลือก KILO-30,KILO-30D,KILO-ECO30
- ต้องการชั่งของเพื่อขายในตลาด ในซุปเปอร์มาเก็ต ในห้าง และอยากจะปริ้นท์ราคา ปริ้นท์เงินทอน มีเบอร์โทรติดต่อด้วยก็ดี ควรเลือกKILO-30P
ซึ่งเครื่องชั่งตั้งขนาดเล็กแบบตั้งโต๊ะมีหลากหลายขนาด หลายราคา ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน ซึ่งสเป็คย่อมส่งผลกับราคาที่มีทั้งถูกทั้งแพงแตกต่างกันไป


การเลือกซื้อเครื่อง

  1. ที่มาหรือแหล่งผลิต:
    ลูกค้าควรศึกษาข้อมูลว่าสินค้านำเข้าหรือผลิตในประเทศ ถ้าสินค้าผลิตในประเทศ
    จะมีเพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้น ส่วนมากจะเป็นสินค้านำเข้ามากกว่า มีทั้งจากยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี
    ไต้หวันและจีน ซึ่งในส่วนของนำเข้าจากจีนเองก็มีหลายเกรด 
  2. ฟังก์ชั่นการใช้งาน:
    การใช้งานควรจะเหมาะสมกับการนำไปใช้จริง ลูกค้าควรเลือกให้ได้ตามที่จะใช้ ไม่ควรรีบซื้อเพราะราคาถูกใจแต่ใช้งานแบบอื่นๆไม่ได้นอกจากชั่งอย่างเดียว เช่น การหักน้ำหนัก ชั่งนับจำนวน...
  3. องค์ประกอบและโครงสร้าง:
    ควรคำนึงถึงสภาวะแวดล้อมที่จะใช้เครื่องชั่งและลักษณะการชั่งทั้งนี้เพื่ออายุการใช้งานที่นานขึ้นและ
    ความแม่นยำ เช็คส่วนประกอบเช่น แจ็คอะแด็ปเตอร์,แบตเตอรี่(เปลี่ยนง่าย,หาง่าย),สแตนเลส...
  4. บริการ:
    เป็นสิ่งสำคัญเพราะเครื่องชั่งไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่ซื้อ-ใช้-พัง-ซื้อใหม่ เราจำเป็นต้อง
    มีการบำรุงรักษาทั้งนี้เพราะมันเป็นเครื่องมือที่มีผลต่อกำไร-ขาดทุน ผู้ขายต้องมีความรู้ ต้องสามารถ
    ให้คำปรึกษาเราได้เพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้น มีบริการซ่อม สอบเทียบ อะไหล่รวดเร็ว เป็นต้น
  5. มาตรฐาน:
    ควรมองหามาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องชั่ง เช่นมาตรฐานความเที่ยงตรง การตรวจรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ หรือได้รับการสอบเทียบตามมาตรฐานห้องปฏิบัติการสอบเทียบ17025 เป็นต้น
  6. ผู้จำหน่ายมีบริการแบบครบวงจร
    คงไม่ดีแน่ถ้าหากเราจำเป็นต้องใช้เครื่องชั่งแต่พอโทรเข้าร้านที่ซื้อปรากฎว่าให้นำเครื่องมาตรวจเช็ดอย่างเดียว ไม่มีการแนะนำการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเลย ทั้งๆที่บางครั้งอาการเสียอาจจะสามารถแก้ไขได้โดยตัวผู้ใช้งานเองก็ได้ เพราะความเสียหายของเครื่องชั่งไม่เท่ากับความเสียโอกาสในทางธุรกิจ


ความคิดเห็นที่ 0
ไม่ต้องกลัวเค้าขาดทุนหรอกค่ะเพราะกำไรที่ได้จาก 1 กิโลหน่ะมันครึ่งต่อครึ่งแล้วกำไรหายไปซัก 5 บาทก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ
ผู้บริโภค email
(22/08/2556 14:21:38) IP. 125.26.98.xxxxxxxx
Total: 1:               
 
    
เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
Fun & Emotion Icon Click here for more.
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวเลขและตัวอักษรให้ถูกต้อง